วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
11:30 pm
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ( ระหว่างประเทศ ) ประตู 7-8 บริเวณ ISLAND-P ( เคาน์เตอร์ NO. P16 – 19 ) โดยสายการบิน SHANGHAI AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน
วันที่สอง กรุงเทพฯ – เซี่ยงไฮ้ – เขตว่ายทัน – รถไฟเลเซอร์ – ซูโจว – วัดฉงหยวน – อู๋ซี
1:30 am
เหิรฟ้าสู่เมืองเซี่ยงไฮ้ โดยสายการบิน SHANGHAI AIRLINES เที่ยวบินที่ FM854
7:30 am
ถึงท่าอากาศยานผู่ตง มหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นชุมชนเก่าตั้งแต่ยุคสามก๊ก (475-221 ปีก่อนคริสตกาล) เดิมชื่อว่า เซิน (Shen) ตามชื่อเจ้าเมือง ต่อมาเปลี่ยนเป็น หู้ แปลว่าไซดักปลา เพราะเมื่อ 5,000 ปีก่อน แถบนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน และมีหมู่บ้านชาวประมง ถึงสมัยราชวงศ์ซ่งได้เปลี่ยนแปลงเป็นเซี่ยงไฮ้ ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงตำบลเล็กๆ คริสต์ศตวรรษที่ 17 – 18 เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าหน้าด่าน เพราะมีลำคลองและทะเลสาบเชื่อมถึงแหล่งผ้าไหมและเกษตรกรรม มีคลองใหญ่ หรือ คลองจักรพรรดิที่ขุดขึ้นในสมัยโบราณเชื่อมถึงกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ทางเหนือ หลังจากสงครามฝิ่น ค.ศ. 1848 ชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาเช่าเขตพื้นที่หลายแห่ง เซี่ยงไฮ้จึงกลายเป็นเมือง ท่าการค้านานาชาตินับแต่นั้นมา ผลจากการแบ่งเขตพื้นที่ให้ชาวต่างชาติเช่า ทำให้ใจกลางเซี่ยงไฮ้จึงเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายสวยงามตามแบบฉบับยุโรป จนได้รับขนานนามว่าเป็น “ นครปารีสแห่งตะวันออก ” ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนทำธุรกิจมากมาย ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ ห่างจากปากแม่น้ำแยงซีเกียง 17 ไมล์ แบ่งออกเป็น 2 เขต คือ เขตผู่ตงใหม่ และเขตผู่ซีเมืองเก่า กั้นโดยแม่น้ำหวงผู่ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
8:00 am
รับประทานอาหารเช้าที่ภัตตาคาร
นำท่านสู่บริเวณ เขตว่ายทัน ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำหวงผู่มีความยาวจากเหนือจรดใต้ถึง 4 กิโลเมตร เป็นเขตสถาปัตยกรรมที่ได้ชื่อว่า “ พิพิธภัณฑ์สิ่งก่อสร้างหมื่นปีแห่งชาติจีน ” ถือเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของนครเซี่ยงไฮ้ อีกทั้งถือเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินการธนาคารที่สำคัญ แห่งหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ ตลอดแนวยาวของไว่ทันเป็นแหล่งรวมศิลปะสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย เช่น สถาปัตยกรรมแบบโรมัน โกธิค บารอค รวมทั้งการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออก-ตะวันตก เป็นที่ตั้งของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมศุลกากร โรงแรม และสำนักงานใหญ่ของธนาคารต่างชาติ เป็นต้น จากนั้นนำท่านนั่ง รถไฟเลเซอร์ ลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำหวังผู่ ซึ่งเป็นอุโมงค์สร้างลึกลงไปจากพื้นแม่น้ำ 9 เมตร ยาว646.7 เมตร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ร้านใบชา เชิญชิมชาก้อน ภาษาจีนเรียกว่า Puer Cha เป็นชาที่ขึ้นชื่อของประเทศจีน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ประมาณ 500 ปีที่แล้ว ใช้ม้าเป็นพาหนะขนส่งชาไปถึงประเทศต่างๆ เป็นชาที่หอม เข้มข้น ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งดี ในประเทศจีนมีคำพูดว่าเป็นชาที่ปู่ทำหลานขาย มีสรรพคุณบำรุงกระเพาะและลดความอ้วนได้ด้วย สมัยราชวงศ์ชิงฮ่องเต้ในพระราชวัง หน้าร้อนดื่มชาหลงจิ่งและหน้าหนาวดื่มชาก้อน ซึ่งท่านจะได้เลือกซื้อเป็นของฝากทางบ้าน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ซูโจว เป็นเมืองที่มีความสวยงามไม่น้อยกว่าเมืองหังโจว ด้วยสวนและคลองสายน้อยใหญ่ที่มีความงดงามอย่างมีเอกลักษณ์แห่งหนึ่งที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,500 ปี และได้รับสมญานามว่า “ เมืองแห่งสาวงาม ” นำท่านชม วัดฉงหยวน เป็นวัดที่มีการสร้างขึ้นใหม่ อยู่ในเขตเมืองใหม่ซูโจว ภายในวัดมีเนื้อที่กว้างใหญ่มาก มีตำหนักและสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตำหนักจตุโลกบาล หอกลอง หอระฆัง โดยเฉพาะอุโบสถ มีเนื้อที่ภายในถึง 2,400 ตารางเมตร ถือว่าเป็นอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนในปัจจุบัน ให้ท่านได้นมัสการองค์เจ้าแม่กวนอิม ปิดทอง มีความสูงถึง 33 เมตร ถือว่าเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมทรงยืนที่อยูในตำหนักที่สูงที่สุดในจีน นำท่านเดินทางสู่ เมืองอู๋ซี ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ เซี่ยงไฮ้น้อย ” เนื่องจากเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีทะเลสาบไท่หูล้อมรอบ ทะเลสาบไท่หู เป็น 1 ใน 5 แห่งทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ของจีน เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานร่วมสามพันกว่าปีในยุคราชวงศ์โจวและฉิน ที่นี่มีแร่ดีบุกบนเขาซีซานมากมาย ต่อมายุคแรกของราชวงศ์ฮั่นได้ถูกขุดไปจนหมดเกลี้ยง จึงได้ชื่อเมืองว่าอู๋ซี ซึ่งแปลว่าไม่มีดีบุก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
MILIDO HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สาม หลินซานต้าฝอ – ศาลาฝานกงวัดหลิงซาน – หังโจว – ถนนซีหูเทียนตี้
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านนมัสการ หลินซานต้าฝอ ณ. วัดหลิงซาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สูง 88 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ ลักษณะพระพักตร์สง่างาม เชิญท่านไหว้พระขอพรตามอัธยาศัย นำท่านชม ศาลาฝานกงวัดหลิงซาน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบไท่หูที่กว้างใหญ่ อยู่เชิงเขาหลิงซานที่สวยงาม เป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการ ด้านข้างๆของศาลาฯ เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางห้ามญาติทองสำริดที่เขาหลิงซาน หรือตามภาษาจีนเรียกว่า 'หลิงซานต้าฝอ' ซึ่งมีความสูง 88 เมตร หนัก 700 ตัน ปางห้ามญาติ และมีพระพักตร์สง่างาม ศาลาฯ มีเส้นผ่าศูนย์กลางจากทิศใต้ถึงทิศเหนือ แบ่งกลุ่มสถาปัตยกรรมเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก มีพื้นที่กว่า 7 หมื่นตารางเมตร มีทางเดินเชื่อมระหว่างตำหนักกับอาคารต่างๆ บนหลังคาเป็นพระเจดีย์ 5 องค์ ด้านหลังเป็นแท่นเซ่นไหว้บูชา รูปแบบสถาปัตยกรรมต่างกับวัดวาอารามทั่วไปของจีน โดยใช้หินก้อนใหญ่ทำเป็นระเบียงยาว เสาค้ำหลักและเสาโค้งยาว การสร้างหลังคาโค้งสูงและห้องโถงที่กว้างใหญ่ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นความยิ่งใหญ่ ลึกซึ้งและสูงส่งของพุทธศาสนาเท่านั้น หากยังนำเอาวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมผสานกับปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน นับได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาที่ยอดเยี่ยมงดงามยิ่ง ภายในศาลาฝานกงฯ มีผลงานการแกะสลักไม้ตุงหยางที่ละเอียดประณีต ภาพฝาผนังด้วยฝีมือของนักเขียนภาพถ้ำตุนหวงที่มีชื่อเสียง เครื่องประดับชิ้นใหญ่ที่ทำด้วยแก้วคริสตัลสี เครื่องเขินเมืองหยางโจวที่มีฝีมือบรรจงประณีต ภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ รวมทั้ง รูปสลักนูนสูง แสดงพุทธประวัติ เหมือนเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ศิลปหัตถกรรมอันล้ำค่าเหล่านี้ต่างสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีประวัติอันยาวนานอย่างมีชีวิตชีวา แสดงให้เห็นถึงความสง่างามน่าเกรงขามและความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา จากนั้นนำชม ฟาร์มไข่มุกน้ำจืด ซึ่งเป็นที่แหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงของเมืองอู๋ซี เลี้ยงที่ทะเลสาบไท่หู ให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่มุก ไม่ว่าจะเป็นครีมไข่มุก ผมไข่มุก และเครื่องประดับ ต่างๆ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหังโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ๋อเจียง ซึ่งมีความมั่งคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งเป็นแหล่งเภสัชอุตสาหกรรมและสถาบันศิลปะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศจีน ซึ่งในอดีตมีคำเปรียบเปรยถึงความสวยงามของเมืองหังโจวและซูโจวว่า “ บนฟ้ามีสวรรค์ บนดินมี ซู(โจว) หัง(โจว) ” เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามสองฟากถนน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
นำท่านสู่ ถนนซีหูเทียนตี้ ซึ่งเป็นหลักเมืองของหังโจว และเป็นจุดนัดพบของหนุ่มสาวชาวเมืองหังโจวรุ่นใหม่ อยู่ติดกับทะเลสาบซีหู เป็นการผสมผสานระหว่างอาคารทันสมัยและประวัติศาสตร์ประเพณีโบราณเข้ากันได้อย่างสวยงามลงตัว ทั้งร้านค้า ภัตตาคาร ร้านอาหาร เสื้อผ้าบูติคทันสมัย ฯลฯ
DAYJOYS HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ ล่องทะเลสาบซีหู – เซี่ยงไฮ้ – ถนนนานกิง – กายกรรม ERA
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่าน ล่องทะเลสาบซีหู เนื่องมาจากตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองหังโจว ทะเลสาบมีลักษณะใกล้เคียงกับวงรี สามด้านถูกล้อมรอบด้วยภูเขา และอีกหนึ่งด้านเป็นเมืองรอบซีหู ประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญมากกว่า 30 แห่ง และสถานที่ชมทิวทัศน์มากกว่า 40 แห่ง โดย จุดสำคัญก็ได้แก่ หนึ่งภูเขา สองทาง สามเกาะ ห้าทะเลสาบ และ สิบทิวทัศน์ นำท่านล่องเรือผ่านชม สะพานด้วน (แต่ไม่ด้วน) ซึ่งเป็นที่มาของตำนานเรื่อง“นางพญางูขาว” และชมโคมไฟ 3 ดวง ทับแสงจันทร์น้ำลึก ตลอดจนชมธรรมชาติอันงดงามสดชื่นรอบ ๆ ทะเลสาบแห่งนี้ ที่ได้รับสมญานามจากนักท่องเที่ยวว่า “พฤกษชาติในนครินทร์” พร้อมชมทะเลสาบเก่าและใหม่ ชมเจดีย์ 3 องค์สะท้อนแสงจันทร์ ต่อจากนั้นนำท่านสู่ หมู่บ้านใบชาบ่อมังกร อันลือชื่อที่มีชื่อเสียงของเมืองหังโจว ซึ่งท่านจะได้ชิมน้ำชาที่มีรสชาติที่แสนยอดเยี่ยมจากใบชาหลงจิ่ง โดยกล่าวกันว่า ' ดื่มชาหลงจิ่ง เพียง 1 จิบ ปากจะหอมตลอดวัน ' ชานี้เป็นใบชาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศจีน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองที่เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายสวยงามตามแบบฉบับยุโรป จนได้รับขนานนามว่าเป็น “ นครปารีสแห่งตะวันออก ” จากนั้นนำท่านแวะชมโรงงานผลิตผ้าไหมอันลือชื่อของจีน วิธีการนำเส้นไหมออกมาผลิตเป็นสินค้าทั้งใช้เครื่องจักร และแรงงานคน ชมการดึงใยไหมรังแฝด ( แปลกแต่จริง ) เพื่อมาทำไส้นวมผ้าห่มไหม จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งย่าน ถนนนานกิง ซึ่งมีความยาวถึง 5 กม. และยังเป็นแหล่งศูนย์กลางสำหรับการช้อปปิ้งที่คึกคักมากที่สุดของนครเชี่ยงไอ้ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดังกว่า 10 ห้าง ร้านค้าต่าง ๆ, ร้านอาหารและศูนย์กลางความบันเทิงมากมาย ที่จะสร้างสีสันและความบันเทิงให้กับผู้ที่มาจับจ่ายบนถนนนานกิง ถนนที่มีชื่อเสียงและคึกครื้นที่สุดของนครเซี่ยงไฮ้
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
หลังอาหารค่ำนำท่านชม กายกรรม ERA ซึ่งเป็นกายกรรมชุดใหม่ รูปแบบใหม่ของเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วยแสง สี เสียงที่ไฮเทค, ผาดโผน, ทันสมัยและเร้าใจ โดยเฉพาะโชว์ชุดมอเตอร์ไซด์ไต่ลูกโลก และชุดวงล้อผาดโผน
EASTERN AIRLINE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า ตลาดเถาเป่า – เฉิงหวังเมี่ยว – กรุงเทพฯ
เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชมการสาธิต การนวดเท้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเคลียด และบำรุงการไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ และท่านยังสามารถชมการสาธิตการรักษาแผลจากไฟไหม้ของโรงงานเป่าฝู่ถังผลิตยา “บัวหิมะ” ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองจีน จากนั้นนำท่านไปช้อปปิ้งที่ ตลาดเถาเป่า เพื่อเลือกซื้อสินค้าขายส่งราคาถูก อาทิเช่น ผ้าไหม , ถุงเท้า , รองเท้า , นาฬิกา เป็นต้น เพื่อความจุใจในการช้อปปิ้งสินค้าราคาถูก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านแวะเลือกซื้อกำไลหยก แหวนหยก หรือ เผ่เย้า ซึ่งเป็นเครื่องประดับนำโชค ของฝากอันล้ำค่าที่ขึ้นชื่อของจีน นำท่านสู่ เฉิงหวังเมี่ยว เดิมเป็นที่ตั้งของวัดเฉิงหวังเมี่ยว อาคารบ้านเรือนบริเวณนี้เป็นสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง แต่ทำเป็นร้านขายของมีทั้งของพื้นเมืองโบราณ เช่น ตราประทับ รูปภาพวาด ลายมือพู่กัน เครื่องน้ำชา ของที่ระลึก และสินค้าสมัยใหม่อย่างรองเท้ากีฬา กระเป๋า อีกทั้งยังมีร้านขายขนมและอาหารพื้นเมืองอีกมากมาย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
9:30 pm
บินลัดฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ FM 853
เที่ยงคืน
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
วันที่ห้า ของการทัวร์จีน ถนนนานกิง – ตลาดหลงหัว – นั่งรถไฟแม่เหล็ก - เดินทางกลับ
เช้า 6:00-8:50 am
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าอันแสนสดใส พร้อมบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สาย 9:00-11:00 am
หลังอาหารเช้า ช้อปปิ้งย่าน ถนนนานกิง ซึ่งมีความยาวถึง 5 กม. และยังเป็นแหล่งศูนย์กลางสำหรับการ ช้อปปิ้งที่คึกคักมากที่สุดของนครเชี่ยงไอ้ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดังกว่า 10 ห้าง ร้านค้าต่าง ๆร้านอาหารและศูนย์กลางความบันเทิงมากมาย ที่จะสร้างสีสันและความบันเทิงให้กับผู้ที่มาจับจ่ายบนถนนนานกิง ถนนที่มีชื่อเสียงและคึกครื้นที่สุดของนครเซี่ยงไฮ้ แล้วนำท่านชม ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์โบราณตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การส่งเสริมการใช้สมุนไพรจีนที่มีมานานนับพันปี พร้อมรับฟังการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
